
รวมถาม-ตอบ ถอดบทเรียน ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
- sun-31
- 21 views

ถอดบทเรียน ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วน ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบันเทิง โดยเฉพาะการตรวจสอบระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ปรับอากาศให้ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งต้องเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ลามไฟอย่างเคร่งครัด ตลอดจนการดูแลรักษาช่องทางหนีไฟ และประตูฉุกเฉินให้ใช้งานได้จริง โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง
เหตุการณ์เพลิงไหม้รุนแรงที่สถานบันเทิงโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ใกล้ซอยลาดพร้าว 1 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุอย่างน้อย 27 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมกว่า 63 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้มีอาการสาหัสถึง 22 ราย ส่งผลให้มีผู้ประสบภัยรวมทั้งหมด 90 คน
ภายหลังเกิดเหตุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ควบคุมและบัญชาการสถานการณ์ด้วยตนเองทันที
ที่มา: ไทม์ไลน์เพลิงไหม้ โรงเบียร์ลาดพร้าว ผู้ประสบภัย 90 คน เสียชีวิต 27 คน (2026-07-13) [1]
ปัญหาสำคัญจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ เกิดจากความบกพร่องด้านโครงสร้างอาคาร ที่ใช้วัสดุก่อสร้างขาดคุณสมบัติกันไฟ รวมถึงระบบไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณเครื่องปรับอากาศ ที่นำไปสู่การลุกลามอย่างรวดเร็ว อีกทั้ง ยังพบข้อผิดพลาดด้านการจัดการพื้นที่ภายในสถานบันเทิง ทั้งการปล่อยให้ช่องทางหนีไฟถูกปิดกั้น รวมถึงมีการตั้งโต๊ะจำหน่ายสินค้ากีดขวางทางเดินนั่นเอง
ผลการสอบสวนเบื้องต้น จากอธิบดีกรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทยระบุว่า เหตุเพลิงไหม้ที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว น่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร บริเวณเครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดาน เปลวเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอาคารใช้วัสดุก่อสร้าง และตกแต่งที่ขาดคุณสมบัติกันไฟ
นอกจากนี้ การตรวจสอบยังพบปัญหาช่องทางหนีไฟถูกปิดกั้น มีการตั้งโต๊ะจำหน่ายสินค้ากีดขวางทางเดิน และประตูฉุกเฉินไม่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด
ที่มา: สาเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มท.คาด “ไฟฟ้าลัดวงจร” ชี้ ไม่ใช้ “วัสดุกันไฟ” ก่อสร้างตกแต่ง (2026-07-13) [2]
ความสำคัญของ ประตูหนีไฟ นับว่าเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องชีวิตผู้คนที่ติดค้างอยู่ภายใน เนื่องจากถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อความร้อนสูง และเปลวไฟได้ดีเยี่ยม ทั้งยังช่วยสกัดกั้นควันพิษหนาแน่น ไม่ให้ไหลเข้าสู่เส้นทางอพยพ เพื่อให้ทุกคนสามารถวิ่งหนีออกสู่พื้นที่ปลอดภัยภายนอกอาคาร ได้อย่างทันท่วงที

ไฟไหม้ร้าน เกิดจากอะไรได้บ้าง ส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากการลัดวงจร ของระบบไฟฟ้า และการใช้อุปกรณ์เสื่อมสภาพเกินกำลังรองรับ นอกจากนี้ ยังเกิดได้จากการประกอบอาหารที่มีประกายไฟกระเด็น โดนวัสดุดูดซับเสียง หรือความประมาทเลินเล่อจากการจุดพลุ ประทัด หรือไฟเย็นในการฉลอง ภายในพื้นที่ปิดทึบ ที่มีระบบระบายอากาศไม่ดีพอ
ทำไมควันไฟ ถึงอันตรายมาก เนื่องจากควันไฟจัดเป็นมหันตภัยร้ายแรงที่สุด และอัดแน่นไปด้วยก๊าซพิษ หรือเขม่าหนาแน่น เพียงแค่สูดดมเข้าไปเพียงไม่กี่ครั้ง ก็ส่งผลให้ผู้ประสบภัยเกิดอาการสำลัก หมดสติ และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามมาถึงตัวเสียอีก
เวลาเกิดไฟไหม้ ควรทำอะไร เมื่อเผชิญเหตุต้องตั้งสติให้มั่นแล้ว ตะโกนแจ้งเตือนพร้อมกดสัญญาณฉุกเฉินทันที จากนั้นให้ก้มตัวต่ำเพื่อหลบเลี่ยงควันพิษที่ลอยตัวสูง แล้วรีบสาวเท้าเคลื่อนตัวไปยังเส้นทางหนีไฟที่ใกล้ที่สุด โดยห้ามใช้ลิฟต์อย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เมื่อเผชิญเหตุเพลิงไหม้ ควรตั้งสติให้มั่นคงแล้วรีบอพยพออกจากอาคาร ผ่านทางออกฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที โดยหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์เด็ดขาด พร้อมทั้งใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูก และปากเพื่อป้องกันการสูดดมควันพิษ ถ้าหากมีเพลิงไหม้ขนาดเล็กในระยะเริ่มต้น ให้รีบใช้ถังดับเพลิงควบคุมทันที พร้อมโทรแจ้งหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ภัยพิบัติครั้งนี้ สอนให้ตระหนักถึงความสำคัญ ของการตรวจสอบความปลอดภัยโครงสร้างอาคาร และระบบไฟฟ้าภายในสถานประกอบการอย่างเคร่งครัด เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
นอกจากนี้ ต้องดูแลรักษาเส้นทางอพยพหนีไฟ หรือประตูฉุกเฉินให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ โดยไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายควบคุมวัสดุก่อสร้าง ที่ไม่ติดไฟอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันความสูญเสียในอนาคต
บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์ดังกล่าว ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการควบคุม และตรวจสอบมาตรฐานระบบไฟฟ้า ภายในสถานประกอบการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันต้นเหตุของประกายไฟ อีกทั้ง ยังต้องเข้มงวดกับการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ติดไฟ รวมถึงห้ามปล่อยให้มีสิ่งของกีดขวาง หรือปิดกั้นเส้นทางหนีไฟ และประตูฉุกเฉินเด็ดขาด

